
พช.ยะหา เข้าพบผู้จัดการ ธ.ก.ส. สาขายะหา ประสานความร่วมมือตรวจสอบข้อมูลทางการเงิน 18 กองทุน ขับเคลื่อนโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.) ให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้
วันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2569 เวลา 13.00 น. ณ ห้องผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขายะหา อำเภอยะหา จังหวัดยะลา
นางเครือวัลย์ เชียห้วน พัฒนาการอำเภอยะหา เข้าพบ นายขจร หอมสมบัตร ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขายะหา เพื่อประสานความร่วมมือในการตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของข้อมูลทางการเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.) ในพื้นที่อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน พ.ศ. 2536 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
การเข้าพบในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อขอความอนุเคราะห์ธนาคารตรวจสอบข้อมูลทางการเงินของกองทุนโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.) ในพื้นที่อำเภอยะหา จำนวน 18 กองทุน กองทุนละ 280,000 บาท รวมเป็นเงินโครงการทั้งสิ้น 5,040,000 บาท (ห้าล้านสี่หมื่นบาทถ้วน) โดยมุ่งเน้นการตรวจสอบข้อมูลสำคัญ 3 ประเด็น ได้แก่
1. ตรวจสอบเลขที่บัญชีเงินฝากธนาคาร ของกองทุน กข.คจ. ทั้ง 18 กองทุน เพื่อยืนยันความถูกต้องและความเป็นปัจจุบันของข้อมูลบัญชี
2. ตรวจสอบยอดเงินคงเหลือในบัญชี ณ เดือนกันยายน 2569 เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบและจัดทำฐานข้อมูลทางการเงินของโครงการให้ถูกต้องครบถ้วน
3. ตรวจสอบรายชื่อคณะกรรมการผู้มีอำนาจเบิก–ถอนเงิน ของแต่ละกองทุน เพื่อให้ข้อมูลผู้มีอำนาจดำเนินการทางบัญชีเป็นปัจจุบันและสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
ในการนี้ นายขจร หอมสมบัตร ผู้จัดการ ธ.ก.ส. สาขายะหา ได้แสดงความยินดีในการให้ความร่วมมือและสนับสนุนข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการตรวจสอบความถูกต้องของบัญชีเงินฝากโครงการ กข.คจ. โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอยะหาจะประสานติดตามเอกสารและข้อมูลจากธนาคารต่อไป
การประสานความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการเงินทุนโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.) ให้มีความถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นปัจจุบัน ทั้งนี้ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอยะหา มุ่งมั่นขับเคลื่อนภารกิจตามแนวทาง “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ภายใต้วิสัยทัศน์กรมการพัฒนาชุมชน “เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน